ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เปิดตาของคุณ

by Bevan James Eyles

header image
header image

เราทุกคนนั้นเข้ามาที่โมดุลแรกของเราพร้อมกับอะไรตั้งมากมายที่เราอยากพัฒนาตนเอง แต่เราต่างก็มีจุดแข็งหนึ่งหรือสองอย่างอยู่แล้ว (สิ่งเหล่านั้นสำหรับคุณคืออะไรบ้าง?)

ในโมดุลแรกของผม ผมนั้นมีลิสต์รายการของสิ่งที่ต้อง “ทำเพิ่ม” เยอะมากทีเดียว แต่ผมรู้สึกว่าจุดแข็งของผมอยู่แถวๆ การสร้างคอนเน็คชั่นภายในคลาสของผม

ผมปฏิบัติดีต่อคนอื่นเสมอ ผมเคยเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ที่ได้รับของขวัญวันคริสต์มาสเป็นสองเท่าของคนอื่นๆ เพราะว่าผมรู้จักลูกค้าของผมทุกคนและผมพยายามทำให้พวกเขายิ้มแย้มมากที่สุดในช่วงรอบที่ผมขับมาส่งหนังสือพิมพ์

ทักษะด้านคนของผมนั้นส่งมาถึงการสอนของผมด้วย: ผมมาถึงคลาสก่อนเวลาเสมอเพื่อพูดคุยกับคนในคลาส; ผมตั้งเป้าที่จะใช้ทักษะการคอนเน็คชั่นทั้งหมดในคลาสของผม; และหลังจบคลาส ผมจะอยู่ที่ประตูเพื่อกล่าวคำอำลาและชื่นชมคนขณะที่พวกเขากำลังออกจากคลาส

เร็วๆ นี้เอง ตอนที่ทีมผู้สอนบอดี้แอ็ทแท็ค™ในท้องที่เดียวกันกับผมมารวมกันในช่วงการเรียนรู้ เราคุยกันเรื่อง ‘เราเพิ่มจำนวนคนเข้าคลาสได้อย่างไร’ คำตอบหนึ่งที่พวกเราได้คือการมองเห็นว่างานของเราเป็นผู้สร้างชุมชน เมื่อเราค่อยๆ ลงลึกและเจาะลงไปว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไร ผมก็เพิ่งเข้าใจว่าผมไม่เคยมองบทบาทตัวเองในฝั่งนี้เลย จู่ๆ ผมก็ระลึกขึ้นได้ว่า ผมนั้นเป็นคนที่เข้าถึงหรือคอนเน็คได้ดี แต่คอนเน็คชั่นนั้นมันคือการเข้าถึงผม - ผมไม่เคยเป็นผู้สร้างชุมชนเลย นี่เหมือนเป็นการเปิดตามองโลกครั้งใหญ่เลยสำหรับผม

การระลึกได้ครั้งนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการที่ผมมองบทบาทของตนเองในคลาส และตั้งแต่นั้นมาผมก็หมกมุ่นกับวิธีการมาเป็นผู้สร้างชุมชน

นี่เป็นตัวอย่างบางประการว่าวิธีการเปลี่ยนโฟกัสและมุมมองนั้นเปลี่ยนการสอนคลาสของผมอย่างไร:

การพูดคุยก่อนเริ่มคลาสของผมนั้นไม่ได้เป็นแค่ผมเข้าหาแต่ละคนอีกต่อไป; ผมพยายามให้ผู้คนเข้าหาและคุยกันกับคนอื่นๆ ผมยังตั้งใจสร้างบทสนทนาภายในกลุ่มและทำสิ่งนี้ด้วยวิธีที่สนุกและไม่น่าเบื่ออีกด้วย

เมื่อผมสอน ผมไม่เพียงแต่เรียกชื่อพวกเขาตอนผมชมพวกอีกต่อไป ตอนนี้ เมื่อผมจะชมใครผมจะพูดชื่อเขาให้ทั้งกลุ่มฟังแต่ผมยังพยายามและพาให้ทั้งกลุ่มทำไปกับผมด้วย ยกตัวอย่างเช่น: “ออกแรงได้ดีครับ ไมลส์! ใครก็ได้ไฮไฟว์กับเขาหน่อย”

ตอนนี้ผมพยายามและเพิ่มไฮไฟว์กับคอนเน็คชั่นสนุกๆ ระหว่างคนในคลาสในช่วงออกกำลังกายเข้ามา โดยมีเป้าหมายในการสร้างช่วงเวลาคอนเน็คชั่นแบบเล็กๆ แต่มีเยอะ

เราถึงขนาดสร้างกรุ๊ปบอดี้แอ็ทแท็คส่วนตัวในเฟซบุ๊คเพื่อที่ว่าสมาชิกจะสามารถพูดคุยกันได้ และก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จดี

นี่นับว่าเป็นช่วงแรกๆ แต่ผมเริ่มเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมและทีมของผมทำแล้ว หลังจากคลาสล่าสุดวันพฤหัส คนในคลาสคนหนึ่งเดินมาหาผมและแนะนำว่าเราควรมี “โซเชี่ยลไนท์เอาท์ของบอดี้แอ็ทแท็ค” ผมการันตี 100% เลยว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนถ้าวันนั้นผมยังคิดไม่ได้ในเรื่องการสร้างชุมชน ด้วยงานที่เราทำร่วมกันเป็นทีม เรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว

ถ้าคุณคิดถึงคลาสของคุณ คุณจะสร้างชุมชนของคุณได้ดีเพียงใด?

ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ และประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของความต้องการนี้คือเราได้สัมผัสถึงความมุ่งมั่นที่มากขึ้น ถ้าเราเชื่อว่างานที่เราทำสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่สมาชิกของเรารู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในนั้น; การสร้างชุมชนเป็นวิธีการที่ทรงพลังที่สุดวิธีหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมเช่นนี้

ในฐานะผู้สอน เราต่างก็ไม่เหมือนกันและมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่ต่างกัน ดังนั้น ผมจะไม่ลิสต์รายการให้คุณว่าคุณต้องทำอะไรเพื่อสร้างชุมชนของคุณ แต่ผมอยากให้คุณคิดดูว่า “คอนเน็คชั่น” นั้นมีความหมายกับคุณว่าอย่างไร ผมอยากให้คุณมองที่คอนเน็คชั่นในมุมที่ต่างออกไป ในมุมที่รวมถึงบทบาทผู้สร้างชุมชน และด้วยมุมมองใหม่นี้ ให้คุณสำรวจดูว่าคุณจะสร้างชุมชนได้อย่างไร – แล้วจึงค่อยนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

ในอนาคต ผมสามารถเห็นตัวผมเองเปลี่ยนคลาสให้กลายเป็นที่ที่ทุกคนพูดคุยซึ่งกันและกันได้ ไม่ใช่เพียงแต่ดูโทรศัพท์ของตัวเองเท่านั้น แต่มีคอนเน็คชั่นและบทสนทนาแบบที่คนทำกันจริงๆ เพราะพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนบอดี้แอ็ทแท็ค นี่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะไม่เพียงแค่เราจะโปรโมทสุขภาพผ่านการเคลื่อนไหว แต่เรายังโปรโมทเรื่องนี้ผ่านการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เราในแบบที่ดีในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย

ลองคิดดูว่าผลที่ได้จากสิ่งที่เราทำต่อโลกจะเป็นอย่างไรถ้าเราทำในสิ่งเดียวกัน