ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
header image
10 สิ่งควรทำในสิงคโปร์

นอกจาก รีบ็อค เลสมิลส์ ไลฟ์ น่ะนะ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวแบบที่ชอบไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตามปกติหรือชอบประสบการณ์แบบไม่เหมือนใครไม่มีใครเหมือน เราก็มีแผนการเดินทางให้คุณช่วงที่คุณไม่ได้กำลังออกแรงจนเหงื่อออกอยู่ที่ รีบ็อค เลสมิลส์ ไลฟ์ 2019:

 

1.  สนามบินชางงี
ก่อนที่คุณจะย่างเท้าเข้าไปที่ตัวเมืองสิงคโปร์ ลองดูรอบๆ สนามบินก่อนสิ! ไฮไลท์ที่สนามบินก็มีสวนผีเสื้อและสวนแคคตัสในร่ม สนามบินชางงียังมีกิจกรรมมากมายที่แม้แต่คนที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศก็ยังมีอะไรทำได้ถึงสองสามชั่วโมงอีกด้วย

2.  ศูนย์อาหารนิวตัน
นักท่องเที่ยวบางคนเดินทางมาสิงคโปร์เพียงเพื่อมาลองลิ้มชิมอาหารสตรีทฟู้ดที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ที่ซึ่งร้านขายอาหารแบบธรรมดาๆ (บางร้านก็ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ด้วยนะ) เสิร์ฟเมนูไก่ให้แก่ลูกค้าจำนวนมากที่มาต่อแถวรอ ที่นี่มีร้านขายอาหารกว่า 100 ร้าน แต่บอกเลยว่าทีเด็ดคือบาร์บีคิวปลากระเบนซอสซัมบอลรสเผ็ดจัดจากร้านกวนกี่กริลด์ซีฟู้ด (Guan Kee Grilled Seafood)

3.  การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ 
สวนพฤกษชาติอันสวยงามนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 250 เอเคอร์ในพื้นที่ใจกลางสิงคโปร์และอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำมารีน่า สวนแห่งนี้ประกอบด้วยสวนริมน้ำสามแห่งและควรค่าแก่การมาเยือนอย่างยิ่ง

4.  ‘การเดินทางเสมือนภาพถ่าย’
ถ้าคุณอยากเที่ยวแบบแตกต่างและเป็นเชิงศิลปะที่เป็นแบบท้องถิ่นจริงๆ ล่ะก็ คุณน่าจะลองไปเดินถ่ายรูปรอบๆ Haji Lane ประสบการณ์ท่องเที่ยวนี้รวมไปถึงการเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพหลากหลายแบบขณะที่คุณเดินท่องไปรอบๆ กัมปง แกลม (Kampong Glam)  นอกจากจะได้ประสบการณ์ความรู้แล้ว คุณยังสามารถสร้างและเก็บความทรงจำช่วงเดินทางในสิงคโปร์ได้อีกด้วย! หลังจากประสบการณ์การถ่ายภาพแล้ว คุณค่อยกลับไปที่ร้าน มันเดย์ส ออฟ (Mondays Off) ที่ Haji Lane ที่ที่การเดินทางจบลงและคุณจะปรินท์รูปได้สามรูปเพื่อนำกลับบ้านไปได้อีกด้วย!
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.airbnb.com.au/experiences/132933?checkin=07-04-2018&checkout=12-04-2018&source=pdpother

5.  โรงแรมราฟเฟิลส์ สิงคโปร์ 
โรงแรมหรูหราสไตล์โคโลเนียลแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องดื่มค็อกเทลที่ชื่อว่า ‘Singapore Sling’ โรงแรมราฟเฟิลส์มีบริเวณที่เป็นร้านค้าที่มีช็อปบูติคกว่า 40 ร้าน และที่โรงแรมราฟเฟิลส์อันหรูหราและเป็นที่รู้จักกันมานานในใจกลางสิงคโปร์นี้ มีห้อง Presidential Suites อยู่สองห้องและค่าที่พักตกคืนละประมาณ 10,000 สิงคโปร์ดอลล่าร์ โรงแรมที่มีประวัติความเป็นมานี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงและตั้งเป้าที่จะเปิดใหม่ในต้นปี 2019 ซึ่งจะพรั่งพร้อมไปด้วยร้านอาหารที่ต่างตั้งตารอการกลับมาอย่างกระตือรือร้น ล็อบบี้ใหม่ขนาดใหญ่และเลานจ์สำหรับจิบน้ำชายามบ่ายที่ปรับโฉมใหม่ ควรค่าแก่การเยี่ยมชมและไปลอง Singapore Sling อย่างที่สุด!

6.  เมอร์ไลอ้อน ปาร์ค 
สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของสิงคโปร์ เจ้ารูปปั้นครึ่งสิงโตครึ่งปลาในตำนานนี้พ่นน้ำออกจากปากอยู่ที่อ่าวมารีน่า รูปปั้นเมอร์ไลอ้อนนี้มีความสูง 8.6 เมตรและหนัก 70 ตัน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ ‘ต้องไปดู’ เมื่อมาสิงคโปร์เลยทีเดียว

7.  เกาะเซ็นโตซา
เกาะเซ็นโตซาที่เป็นที่พักตากอากาศที่อยู่ทางตอนใต้ของใจกลางเมืองสิงคโปร์และเป็นแหล่งดึงดูดคนที่ชอบแสงแดดมาเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อมายังหาดทรายที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์นี้

8.  1-Altitude
ไม่ว่าคุณจะมองหาอะไรดื่มในช่วงที่จะชมพระอาทิตย์ตกดินที่ชั้นบนสุด (ชั้น 63) อาหารมื้อประณีตที่ Stellar (ชั้น 62) หรือจิบค็อกเทลและเต้นรำที่ Altimate (ชั้น 61) 1-Altitude ก็จะมีกิจกรรมหลากหลายแบบให้คุณได้เข้าร่วมด้วยพื้นที่หลายไซส์ที่เปิดให้เช่า ควรค่าแก่การแวะไปสักคืนเก๋ๆ เมื่อมาเที่ยวแล้ว!

9.  สิงคโปร์เคเบิลคาร์
เพลิดเพลินกับวิวอันสวยงามของเฟเบอร์พีคสิงคโปร์และเซ็นโตซาไปบนเคเบิลคาร์สกายเน็ตเวิร์ค ให้เคเบิลคาร์สายเมาท์เฟเบอร์และเซ็นโตซาพาคุณไปยังที่เที่ยวต่างๆ ในเมืองอย่างรวดเร็ว เอาล่ะ นั่งลง ผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับวิวที่ท้องฟ้าสิงคโปร์นำเสนอให้คุณ ตั้งแต่ความสนุกสนานที่เซ็นโตซาไปยังวิวเมืองจากยอดเขาเฟเบอร์

10. โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส 
ถ้าคุณต้องการประสบการณ์แบบหรูหรา คุณต้องจองห้องพักที่นี่ แทบไม่มีที่ไหนที่น่าประทับใจกว่านี้แล้วที่คุณจะได้เห็นวิวเมืองแห่งสิงโตอันระยิบระยับเช่นนี้เมื่อเทียบกับส่วนบนสุดที่สร้างเหมือนเรือของโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส ในบรรยากาศที่แทบจะลืมหายใจนี้ ยังมีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่อยู่สูงถึงชั้น 56 จากพื้นดินที่นับเป็นสระขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ระดับความสูงนี้ – วัดได้ราวสามเท่าของความยาวสระว่ายน้ำโอลิมปิกส์เลยทีเดียว อย่าลืมไปบาร์ เซ ลา วี (CÉ LA VI) ที่มีวิวของแสงไฟระยิบระยับจากในเมืองเป็นพื้นหลังอีกด้วย

11. พิพิธภัณฑ์อาร์ทไซแอนซ์
พิพิธภัณฑ์อาร์ทไซแอนซ์ของสิงคโปร์เป็นแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น อาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกบัวอันตระการตานี้มีพื้นที่แกลอรี่ถึง 21 ห้องกว้างขวางถึง 5000 ตารางเมตร ที่นี่ที่ซึ่งศิลปะและวิทยาศาสตร์มาบรรจบกันและเป็นที่ที่นวัตกรรมและความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้น พวกเขาชอบพูดกันว่า “ที่นี่คือที่ที่สร้างอนาคตขึ้น”

หาข้อมูลเกี่ยวกับสิงคโปร์เพิ่มเติมได้ที่: http://www.visitsingapore.com/en/