ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
header image
เทรนด์การออกกำลังกาย 7 แบบในปี 2019 – และทำไมนี่ถึงเป็นข่าวดีของผู้สอน

1. เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้
คุณใส่นาฬิกาโพล่าร์ A370 อยู่หรือเปล่า? โอเค ดีแล้ว คุณเป็นคนที่ “ทันสมัย” แล้วล่ะ! เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้เริ่มกลายมาเป็นของ “อินเทรนด์” ในปี 2016 และยังคงเป็นที่นิยมจนถึงตอนนี้ ด้วยการใช้อุปกรณ์ตรวจจับการออกกำลังกายนั้น คุณจะสามารถวัดความหนักของการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำและยังผลักดันคุณได้อีกด้วย ซึ่งดีสำหรับการเพิ่มผลลัพธ์การออกกำลังกายให้สุด การที่อุปกรณ์นั้นทำให้คุณเห็นเวลาที่คุณใช้ในโซนการออกกำลังกายต่างๆ กัน มันจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเทรนมากเกินไป (overtraining) และลดโอกาสการบาดเจ็บลงด้วย

2. การเทรนเป็นกลุ่ม
ใช่แล้ว พวกเราจัดอยู่ในอันดับสอง! ในที่นี้หมายถึงการออกกำลังเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป การเทรนเป็นกลุ่มนั้นทำให้เกิดการกระตุ้น ความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์ที่ดีที่ไม่อาจเปรียบได้กับการออกกำลังกายแบบเดี่ยว เมื่อคุณรวมแรงกันหลายคนไปพร้อมๆ กับเพลงที่สุดยอดและผู้สอนที่คอยผลักดันคุณ จะทำให้เกิดความสนุกและความท้าทายร่วมกันที่จะช่วยผลักคุณไปได้มากกว่าที่คิด จากงานศึกษาล่าสุด ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นกลุ่มมีค่าความเครียดที่ลดลง และคุณภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ที่สูงกว่าผู้ที่ออกกำลังกายเดี่ยวๆ 

3. การเทรนแบบหนักสลับเบา (HIIT)
HIIT นั้นอยู่ในท็อป 5 มาตั้งแต่ปี 2014 และยังคงร้อนแรงเนื่องจากผลที่ได้แสดงให้เห็นว่านี่เป็นวิธีการที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่งในการลดไขมัน สร้างร่างกายแบบนักกีฬาและเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ถึงขีดสุด ในขณะที่รูปแบบของ HIIT โดยทั่วไปจะเกี่ยวกับช่วงการระเบิดพลังงานช่วงสั้นๆ ด้วยการออกกำลังแบบหนัก (high intensity) แล้วตามด้วยช่วงพักสั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการออกกำลังกาย HIIT ทุกอย่างจะสร้างมาอย่างเท่าๆ กัน ผลการเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดจากการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจไปที่ 90% ของระดับสูงสุดเป็นอย่างน้อย และด้วยธรรมชาติอันหนักหน่วงของกิจกรรมนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าคุณควรวัดปริมาณของ HIIT ที่คุณควรเล่นอย่างรอบคอบ และงานวิจัยใหม่ๆ นั้นเน้นเรื่องปริมาณที่ควรเล่นสูงสุดต่อสัปดาห์ อย่าลืมอ่านบทสัมภาษณ์ของ ดร. จินเจอร์ ก็อตสกอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเลสมิลส์กริท

4. โปรแกรมฟิตเนสสำหรับผู้สูงอายุ
ผู้คนอายุยืนขึ้น ทำงานได้ยาวนานขึ้น มีสุขภาพดีและคล่องแคล่วขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ... ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากคิดว่าผู้สูงอายุต้องการโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะกับพวกเขา แต่เป็นอย่างนั้นจริงหรือ? ที่จริงแล้วการออกกำลังกายเลสมิลส์ไม่มีจำกัดอายุสูงสุดที่เข้าร่วม และหากผู้สอนให้ทางเลือกที่เหมาะกับความสามารถแบบต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายที่คนทุกวัยสามารถทำได้ แต่พวกเขายังจะได้ประโยชน์จริงๆ เมื่อมาถึงช่วงที่เขาต้องลดแรงตามอายุลง การศึกษาไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าการปั่นจักรยานในร่มนั้นทำให้คุณดูเยาว์วัยขึ้นอย่างไร ประโยชน์ของการเต้นที่มีต่อการชลอวัย และการยกน้ำหนักช่วยเพิ่มมวลกระดูกได้อย่างไร

5. การเทรนด้วยน้ำหนักตัว (bodyweight)
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่การเทรนความแข็งแรง (strength training) นั้นถูกเข้าใจว่าต้องใช้บาร์เบลล์และแผ่นเวท แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่วีธีการเดียวในการฝึกนะ การออกกำลังกายอย่าง พุชอัพ สควอต และลันจ์เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักตัวเพื่อสร้างความแข็งแรง การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถสร้างความแข็งแรงแบบจริงจังได้โดยไม่ต้องใช้อะไรนอกจากน้ำหนักตัว – และความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มระดับการเทรนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้เพิ่มเติมว่าคุณจะออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัวได้ดีที่สุดอย่างไรที่นี่

6. ผู้สอนฟิตเนสที่ได้รับการรับรอง
ข่าวดีของพวกเราทุกคน การเทรนกับผู้สอนฟิตเนสที่ได้รับการรับรองนั้นอยู่ที่อันดับหกเลยนะ!

7. โยคะ
โยคะนั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายทศวรรษที่ผ่านมาและตอนนี้ก็มีโยคะหลากหลายแบบที่เหมาะกับความต้องการต่างๆ – ทุกอย่างก็มาจากการฝึกทางร่างกายและจิตใจแบบดั้งเดิมผ่านโยคะแบบพาวเวอร์ โยคะร้อน และโยคะฝึกการหายใจ ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ยกเวทหรือออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกสูง (high impact) เสียเยอะ อย่าลืมใส่การยืดเหยียดลงไปในกิจวัตรของคุณเพื่อให้ร่างกายของคุณพร้อมที่จะสอน

อยากรู้ว่าอะไรอีกที่เป็นเทรนด์ในโลกการออกกำลังกาย? เข้าไปอ่านผลการวิจัยเรื่องการสำรวจเทรนด์ฟิตเนสทั่วโลกได้ที่นี่